มีการเปิดเผยจากสื่อต่างๆ มากมายที่เอ่ยถึงวัฒนธรรมการทำงานของชาวญี่ปุ่น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือธรรมเนียมของการทำงานล่วงเวลาแต่ไม่ได้ค่าจ้างเพิ่ม ลาป่วยด้วยวันลาพักร้อน หรือแม้แต่จะกลับบ้านได้ก็หลังจากที่เจ้านายกลับไปแล้วเท่านั้น

นั่นจึงเริ่มมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของบริษัทญี่ปุ่นหรือที่เรียกกันว่า ‘ทำงานให้ฉลาดไม่ใช่ทำงานให้หนัก’

ซึ่งจะสังเกตได้จากตึกสูงของสำนักงานต่างๆ ในญี่ปุ่นที่ยังคงมีแสงไฟอยู่ในตึก แม้จะเลยเวลาทำงานตามปกติไปแล้วก็ตาม

 

 

ช่างภาพ ยูซะคุ อะราอิ ได้เห็นภาพนี้กับตาตัวเองขณะที่เขาออกมาเดินเล่นในย่านชิบูย่าประมาณ 18.00 น. และสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกทึ่ง

นั่นก็คือภาพของตึกสำนักงานบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น กับตึกสำนักงานของบริษัทชาติตะวันตกที่ตั้งอยู่ข้างกัน

 

 

ตึกด้านซ้ายคือตึกสร้างใหม่ Shibuya Scramble Square 47 ชั้น เป็นตึกที่ทำการของบริษัทญี่ปุ่นชั้นนำหลายบริษัท ส่วนตึกด้านขวาคือ Shibuya Stream เป็นตึกที่ทำการของบริษัท Google ในประเทศญี่ปุ่น

 

 

ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า ตึก Shibuya Scramble Square ยังคงมีแสงไฟส่องสว่างแทบทุกชั้น ในขณะที่สำนักงานใหญ่ Google ประจำประเทศญี่ปุ่น ที่ส่วนใหญ่จะเป็นชั้น 35 เป็นต้นไป แทบไม่มีไฟเปิดในตึกเลย

 

 

เหตุผลที่ทำให้ตึกของ Google ในญี่ปุ่นมืดแบบนั้นเป็นเพราะด้วยนโยบายอนุญาตให้พนักงานติดต่อประสานงานผ่านการสื่อสารช่องทางอื่นได้จนถึงเดือนมิถุนายน 2021

ในขณะที่การติดต่องานผ่านการสื่อสารเช่นนี้ไม่ถูกนำมาใช้มากนักในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าทางผู้ว่าการรัฐประจำโตเกียวจะส่งเสริมให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้ในช่วงที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม

 

 

อีกหนึ่งสาเหตุหลักๆ ที่วิธีการทำงานจากที่บ้านหรือการทำงานด้วยการสื่อสารช่องทางอื่นๆ ไม่นิยมในญี่ปุ่น เป็นเพราะวัฒนธรรมการประชุมที่เน้นเจอหน้ากันเป็นหลัก

อีกทั้งยังเป็นการยากที่จะไว้ใจในการทำงาน (ไม่มีความเป็นมืออาชีพ) จะรู้ได้อย่างไรว่าทำงานอยู่จริง จริงจังแค่ไหน เมื่อเห็นหน้ากันแค่วิดีโอคอล

นอกจากนั้นก็ยังมีปัญหาในเรื่องของกระบวนการทำงานที่ต้องมาออฟฟิศตลอด เพื่อ ‘เซ็น’ เอกสารสำคัญต่างๆ และลงรอยตราประทับนั่นเอง

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

ที่มา: esuteru, @arai_yusaku

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...