จากงานวิจัยล่าสุดที่จัดทำโดยนักวิจัยจากประเทศเยอรมนีและสหรัฐอเมริกาพบว่า ขณะนี้อุณหภูมิบนโลกของเรากำลังเพิ่มสูงขึ้นเทียบเท่ากับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 50 ล้านปีที่แล้ว!!

โดยนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์องค์ประกอบของฟอสซิลต่างๆ เพื่อสำรวจดูว่าอุณหภูมิโลกในยุคของไดโนเสาร์นั้นมันเป็นอย่างไร

ทำให้ทราบว่าโลกของเรานั้นผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของ “สภาพอากาศ” โดยนักวิจัยได้แบ่งออกเป็นสภาวะต่างๆ ดังนี้

 

 

Hothouse (สภาวะอากาศร้อน),Warmhouse (สภาวะอากาศอุ่น), Coolhouse (สภาวะอากาศเย็น), และ Icehouse (สภาวะน้ำแข็ง)

จากการวิเคราะห์พบว่าเมื่อ 3 ล้านปีที่ผ่านมาโลกของเราอยู่ในสถานะ Icehouse มาโดยตลอด โดยอ้างอิงจากยุคน้ำแข็งนั่นเอง และยุคธารน้ำแข็งละลาย

แต่หลังจากนั้นโลกของเรากำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากสถานะ Icehouse ไปสู่ Warmhouse และ Hothouse ตามลำดับ โดยมีตัวกระตุ้นให้มันเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิมนั่นก็คือ “ปัญหาสภาวะเรือนกระจก” ที่เป็นฝีมือของมนุษย์นั่นเอง

นักวิจัยระบุว่าครั้งล่าสุดที่โลกของเราเข้าสู่สภาวะ Warmhouse คือเมื่อราวๆ 34 ล้านปีก่อน ซึ่งยุคนั้นอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเราจะอยู่ที่ราวๆ 9 องศาเซลเซียส ไปจนถึง 14 องศาเซลเซียส ซึ่งมากกว่าในปัจจุบันเสียอีก

 

ยุคสมัยอีโอซีน (34 ล้านปีก่อน) เป็นยุคที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก

 

ซึ่งนักวิจัยก็คาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2300 นี้ อุณหภูมิของโลกเราจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ในจุดที่เทียบเท่ากับอุณหภูมิของโลกเมื่อ 50 ล้านปีก่อน

“เราทราบมานานแล้วว่าการเปลี่ยนผ่านยุคน้ำแข็ง ไปยังยุคย่อยธารน้ำแข็งนั้นมันเกิดเป็นวัฏจักร และมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของแกนโลก และมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะหยุดยั้งปรากฎการณ์เหล่านี้”

 

 

“มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่เราได้รับรู้ว่าในอดีตโลกของเราเคยอยู่ในสภาวะที่ร้อนกว่านี้มาก่อน และก็น่าสนใจเช่นกันว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เราคงทำได้แค่เฝ้ามองเท่านั้น” James Zachos อาจารย์จากมหาวิทยาลัย University of California หนึ่งในทีมนักวิจัยกล่าว

 

ที่มา : sciencemag

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์