ย้อนกลับในช่วงปี 2017 ที่ทวีปแอนตาร์กติกา ได้เกิดเหตุที่สร้างความวิตกกังวลให้กับนักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก เมื่อภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงของโลก ได้ทำให้ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่นามว่า “A68” แตกออกมาจากบริเวณขอบของทวีป

 

 

ธารน้ำแข็งดังกล่าวมีขนาดมากกว่า 6,000 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่พอๆ กับชลบุรี) และหนักมากกว่าล้านล้านตัน เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลกก็คงไม่ผิด ดังนั้นมันจึงนับว่าเป็นโชคดีมากที่ในช่วงเวลาที่ผ่านๆ มาแม้ว่าน้ำแข็งแผ่นนี้จะหลุดออกมาจากทวีป โดยมากแล้วมันก็จะยังลอยอยู่นิ่งๆ ไม่ห่างจากที่เดิมมากนัก… จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้

นั่นเพราะเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ นักวิทยาศาสตร์ที่คอยสังเกตการณ์ธารน้ำแข็ง A68 ได้มีการออกมาเปิดเผยว่า ตัวธารน้ำแข็งแผ่นนี้ในปัจจุบันกำลังมุ่งหน้าออกสู่ทะเลใหญ่เสียแล้ว

 

 

อ้างอิงจากรายงานที่ออกมา การเคลื่อนที่ของธารน้ำแข็งในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทิศทางของทั้งกระแสลมและกระแสน้ำ ซึ่งทำให้ธารน้ำแข็งไหลออกห่างจากคาบสมุทรแอนตาร์กติกขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะแรงความเร็วขึ้นอีกในช่วงฤดูร้อนด้วย

นี่อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้ดูน่ากังวลนักสำหรับหลายๆ คน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ นับว่าเป็นอะไรที่น่าเป็นห่วงกว่าที่เราคิดมาก

นั่นเพราะการที่มีธารน้ำแข็งที่ใหญ่ขนาดนี้ลอยอยู่ในทะเล นับว่าเป็นอะไรที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นอันตรายกับการเดินเรือ แถมหากน้ำแข็งลอยออกมาจากแอนตาร์กติกาจริงๆ มันก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่น้ำแข็งแผ่นดังกล่าวจะเริ่มละลายไปจากความร้อนด้วย

 

 

ในกรณีที่การละลายเหล่านี้เกิดขึ้นจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ตัวธารน้ำแข็งจะปลดปล่อยสสารที่ไม่พึงประสงค์ลงสู่ท้องทะเล หรือทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ทำในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์จึงต้องมีการเฝ้าจับตามองธารน้ำแข็งที่หลุดออกมาอย่างใกล้ชิด

และที่สำคัญคือ ธารน้ำแข็ง A68 นั้น ไม่ใช่ธารน้ำแข็งเพียงแผ่นเดียวที่นักวิทยาศาสตร์กำลังเป็นกังวลกันอยู่ นั่นเพราะในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบอีกด้วยว่า ในอีกไม่นานเราอาจจะมีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่หลุดออกมาจากแอนตาร์กติกาอีกถึง 2 แผ่นเลยด้วย

 

“The Brunt” หนึ่งในสองธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่อาจจะหลุดออกมาในอนาคต

 

ที่มา ecowatch, bbc, thesun

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์