จับตา “ภูเขาน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในโลก” อาจชนเกาะแถบขั้วโลกใต้ ส่งผล “เพนกวิน-แมวน้ำ” อดตาย


ในช่วงวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาทีมสำรวจแอนตาร์กติกของอังกฤษ (BAS) ได้มีการออกมาเปิดเผยข่าวที่ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่

เมื่อภูเขาน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชื่อ “A68a” กำลังไหลตามทะเล ไปยังเกาะย่อยแอนตาร์กติกของเซาท์จอร์เจีย และอาจจะสร้างหายนะให้กับสัตว์ป่าในท้องถิ่นในอีกหลายปีข้างหน้า

 

 

เจ้าภูเขาน้ำแข็ง A68a นั้นเป็นภูเขาน้ำแข็งที่หลุดออกมาจากแผ่นน้ำแข็งชื่อ Larsen C ในช่วงปี 2017 โดยมันมีขนาด 4,850 ตารางกิโลเมตร ในการวัดครั้งแรก

และแม้ในปัจจุบันมันอาจจะมีขนาดลดลงมาบ้าง แต่มันก็ยังมีขนาดถึง 158 X 48 กิโลเมตรซึ่งมากพอที่มันจะไปถึงเกาะ และยึดติดกับพื้นทะเลจนรบกวนสัตว์ป่าในท้องถิ่นอย่างแมวน้ำและนกเพนกวินได้ไม่ยาก

 

A68a หลุดออกมาจากแผ่นน้ำแข็ง Larsen C

 

“ภูเขาน้ำแข็งถูกวัดโดยใช้เครื่องวัดระยะสูงจากดาวเทียมในตอนที่แตกออกมาว่ามีความหนาอยู่ที่ราว 200 เมตร” โฆษก BAS กล่าว

“การวัดนี้ไม่ได้ทำซ้ำเมื่อเร็วๆ นี้ ดังนั้นความหนาปัจจุบันจึงอาจจะบางกว่านี้เล็กน้อยเนื่องจากมีการละลายในช่วงสามปีที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ตาม ความหนาที่ไม่มากนักนี้ ในกรณีกลับไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเลย เพราะมันหมายความว่า พื้นทะเลแม้ตามเขตตื้นๆ รอบเกาะของจอร์เจียใต้ก็คงจะไม่สามารถหยุดหรือลดความเร็วภูเขาน้ำแข็งนี้ไว้ได้ ก่อนที่มันจะชนเกาะเลย

 

เกาะย่อยแอนตาร์กติกของเซาท์จอร์เจีย

 

นี่นับว่าเป็นอะไรที่สำคัญมากเพราะสำหรับนกเพนกวินและแมวน้ำในช่วงระหว่างการเลี้ยงลูก ระยะทางในการหาอาหารจะถือเป็นปัจจัยสำคัญมากต่อการรอดชีวิต

และการที่จู่ๆ พื้นที่หาอาหารของมันมีน้ำแข็งขนาดใหญ่โผล่ขึ้นจนพวกมันอาจจะต้องเดินทางอ้อมจากเดิมเช่นนี้ จึงอาจทำให้ลูกๆ ของพวกมันต้องอดตายได้เลย

 

 

ดังนั้นในปัจจุบันทาง BAS จึงได้กำลังติดต่อขอความช่วยเหลือจาก European Space Agency เพื่อขอให้มีการถ่ายภาพดาวเทียมเพื่อติดตามความคืบหน้าของ A68a อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังไม่ได้ระบุมากนักว่าหากการชนมีความเสี่ยงว่าจะเกิดขึ้นจริงๆ ทาง BAS จะมีมาตรการอย่างไรบ้างกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

 

ที่มา gizmodo และ BAS 

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments