กำลังเป็นคลิปที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อมีหนุ่มคนหนึ่งระบุว่าเป็นพลเมืองที่พักอาศัยอยู่ในอู่ฮั่นจุดศูนย์กลางของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019-nCoV พร้อมกับใจความที่อยากจะสื่อบอกให้คนทั้งโลกได้รับรู้ความจริงจากฝั่งของเขา

 

 

คลิปดังกล่าวถูกอัดและเผยแพร่ผ่านทางยูทูปเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2020 ภายหลังจากที่มีคำสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นและเมืองอื่นๆ ในมณฑลหูเป่ย

ชายคนนี้ระบุว่าเขาชื่อ Chen และการอัดคลิปในครั้งนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูงและต้องอาศัยการใช้ VPN เพื่ออัพโหลดคลิปออกนอกเครือข่ายประเทศจีน

 

เขาอยากให้คนนอกประเทศได้รับรู้ถึงสถานการณ์จริงในอู่ฮั่น

 

Chen เอ่ยขอกำลังใจจากคนชมคลิปก่อนโดยอ้างว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะใช้เน็ตออกนอกประเทศ ต้องผ่านด่านอินเทอร์เน็ตในจีนรวมถึงความช้าของอินเทอร์เน็ตในการอัพโหลดคลิปออกนอกเครือข่ายจีน

‘ผมหวังว่าชาวจีนและผู้คนที่ได้ดูคลิปนี้ จะตระหนักถึงความร้ายแรงของการแพร่ระบาด รวมถึงสภาพความเป็นอยู่จริงๆ ของคนในอู่ฮั่น’

จากนั้นเขาก็เริ่มร่ายถึงปัญหาที่ต้องพบเจอ รวมถึงการตั้งคำถามต่อรัฐกับการจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสในครั้งนี้

 

ความยากลำบากของผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

 

Chen กล่าวว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับทุกคนที่จะได้รับการรักษาจากโรงพยาบาล หากใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องสงสัยติดเชื้อจะไปโรงพยาบาลก็ยากลำบาก รถสาธารณะหยุดหมด หากจะขับรถไปเองปั๊มน้ำมันก็หยุดให้บริการ

ต่อให้ไปถึงโรงพยาบาลได้ คิวคนไข้ก็ยาวเหยียดโรงพยาบาลคือเต็มไปด้วยผู้ป่วยจนรองรับไม่ไหว

 

 

บางคนถูกปล่อยให้นั่งรออยู่นานหลายชั่วโมง ไม่มีการเรียกไปลงทะเบียนผู้ป่วยใดๆ หรือบางคนไม่ได้ป่วยติดเชื้อไวรัส แต่การไปนั่งรอนานๆ ที่โรงพยาบาลก็อาจจะทำให้ติดขึ้นมาจริงๆ

ในส่วนของการโทรแจ้งเข้าสายด่วนไม่เคยว่างเลย ยิ่งเป็นการยากสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินเคสอื่นเช่นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ

 

การตั้งคำถามต่อรัฐ แจ้งเตือนประชาชนให้ใส่หน้ากากป้องกันล่าช้า

 

Chen ระบุว่าเขาเห็นกับตาเมื่อประชาชนส่วนใหญ่เดินไปเดินมาในที่สาธารณะ โดยไม่สวมหน้ากากป้องกันก่อนวันที่ 23 มกราคมเมื่อเมืองถูกสั่งปิด

มีคนออกไปนั่งเล่นไพ่นกกระจอก เดินคุยจุกจิกทุกหนทุกแห่ง แวะตามร้านค้าต่างๆ มากมาย แต่ไม่เห็นใครใส่หน้ากากเลยแม้แต่คนเดียว

 

 

ด้วยเหตุนี้ทำไมหน่วยงานรัฐถึงไม่เตือนประชาชนตั้งแต่ช่วงแรก หรือแม้แต่ตั้งโต๊ะแถลงข่าวก็ยังไม่แจ้ง ถ้าเขาไม่รู้ข่าวว่ามีไวรัสเริ่มระบาดในพื้นที่ คนที่อยู่ในตำแหน่งละเลยหน้าที่ตัวเองหรือเปล่า? ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งก็ควรโดนไล่ออกรึเปล่า?

พอหลังจากที่ทางการเริ่มตื่นตัวนำป้ายประกาศติดออกเตือนประชาชนให้สวมใส่หน้ากากในวันที่ 23 มกราคม เขาก็เริ่มเห็นคนใส่กันมากขึ้น ทำให้เห็นว่าคนพร้อมให้ความร่วมมือแต่หน่วยงานท้องถิ่นกลับมีท่าทีเมินเฉยมานาน

 

โรงพยาบาลรองรับไม่ไหว ขาดแคลนทรัพยากรทุกอย่าง

 

นาย Chen อ้างว่าได้ยินมาจากเพื่อนหลายคนที่ทำงานในโรงพยาบาล ต่างบอกเหมือนกันว่าคนไข้ที่เข้ามาจะได้รับแค่ยาแก้อักเสบหรือฉีดฮอร์โมนเท่านั้น

“เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ คุณกำลังถูกปล่อยให้ตาย ถ้าคุณแข็งแรงพอ คุณจะรอด แต่ถ้าไม่ คุณก็ตาย”

นอกเหนือจากจะไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษาอย่างที่หวังไว้แล้ว เขาระบุว่าทางโรงพยาบาลแจ้งให้คนไข้ที่มีอาการกลับบ้านและแยกตัวออกจากคนอื่นซะ

 

 

“ถ้าคุณสงสัยว่าตัวเองติดเชื้อล่ะ? อย่างน้อยก็ควรได้รับการตรวจหรือรักษาก่อนรึเปล่า? พวกเขากล้าพูดปล่อยให้คุณกลับบ้านแบบนั้นได้ยังไง?”

“ถ้ายิ่งคุณเป็นคนแพร่เชื้อได้ง่ายล่ะ หมายความว่ารัฐหรือโรงพยาบาลอนุญาตให้คุณเอาเชื้อกลับไปแพร่กระจายที่ชุมชนของคุณงั้นเหรอ?

 

อู่ฮั่นแปรสภาพกลายเป็นนรก

 

เขาเอ่ยถึงสถานการณ์ในเมืองตอนนี้คล้ายกับนรกบนดิน แทนที่จะเป็นเมืองอันเจริญแล้วแต่ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นหลายอย่าง

 

 

จากที่หลายคนอาจได้เห็นคลิปคนอู่ฮั่นล้มทั้งยืน นอนล้มพับกลางโรงพยาบาล ตามโซเชียลมีเดียอื่นๆ เกิดขึ้นในวันแรกของช่วงเทศกาลตรุษจีน ไม่มีใครรู้สึกแฮปปี้หรืออยากฉลองอะไรทั้งนั้น

 

อยากฝากให้นานาชาติสนใจอู่ฮั่นเพื่อกดดันรัฐบาล

 

ในช่วงท้ายคลิปนาย Chen ระบุว่าเขาและเพื่อนอีกหลายคนในช่วงวัย 20 ถึง 30 ปี ไม่ได้โง่และไม่ได้ถูกล้างสมอง อยากย้ำให้ชาวจีนในต่างแดนที่ได้ดูคลิปช่วยกระจายความจริงในอู่ฮั่นออกไปข้างนอก

“ในใจเราเรารู้ดี และเรารู้ด้วยว่าประเทศนี้มันเป็นยังไง เราไม่มีอำนาจ ร่างกายเรามีแค่เลือดกับเนื้อเท่านั้น จะเอาอะไรไปสู้กับกระสุนปืนกับรถถังล่ะ?”

 

 

“ผมแค่อยากให้นานาชาติร่วมกันกดดัน ทำให้รัฐบาลจีนได้รับรู้บ้างว่าอย่าปัดความรับผิดชอบของตัวเองไปมากกว่านี้เลย”

 

คลิปของนาย Chen ที่กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์

 

ที่มา: mothership, imgur

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์